หน้าแรก ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์

การปรับตัวของนายหน้าประกันวินาศภัย ในยุคโลกติจิตอล
28 ธันวาคม 2563

การปรับตัวของนายหน้าประกันวินาศภัย ในยุคโลกติจิตอล

พูดถึงธุรกิจประกันภัย (Insurance Business) จัดเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญของโลก ด้วยข้อดีที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ซื้อประกันภัย ช่วยแบ่งเบาภาระ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต หากเล่าแบบสั้น ๆ ย้อนไปในอดีตจากยุคเริ่มต้นที่นำเสนอกรมธรรม์ประกันภัยผ่านกระดาษโดยตัวแทนประกันภัยที่เดินทางเคาะถึงบ้าน ขยับมาเป็นการซื้อ-ขายประกันผ่านช่องทางออนไลน์ และเริ่มใช้เทคโนโลยีอินชัวร์เทค (InsurTech) มากขึ้น เห็นได้จาก “การส่งกรมธรรม์ออนไลน์ (E-Policy) แบบจ่ายเงินปุ๊บรับกรมธรรม์ทันใจ ตามยุคสมัยเทคโนโลยีที่ต้องการความรวดเร็วเป็นหลัก ! แบบยิ่งเร็วยิ่งดี เพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้ซื้อประกันภัยในอนาคต นายหน้าประกันควรปรับตัวอย่างไร ในยุคโลกติจิตอล แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคต ถึงกระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ InsurTech นี้เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นเท่านั้น หยิบความเห็นจาก คปภ. ที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่า ทิศทางลูกค้าประกันภัยปี ค.ศ.2020 ส่วนใหญ่จะเป็นเจนเนอเรชั่น Z คนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 เพราะคนกลุ่มนี้ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี โดยบริษัทประกันภัยจะต้องปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ได้แก่ *ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคและคำนึงถึงประโยชน์ลูกค้าเป็นหลัก *บริษัทฯ ประกันภัย และนายหน้าประกันจะต้องตื่นตัวต้องการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า *นี่เป็นสองสิ่งที่ลูกค้าต้องการและกำลังมองหาเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประเมินว่า “เทคโนโลยีจะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าธุรกิจประกันภัย ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล โดยเน้นที่การบริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่ายเหมาะสม และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที” ซึ่งนี่เป็นแนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคตที่ลูกค้ากำลังมองหาที่ธุรกิจประกันสามารถนำมาปรับใช้ได้ในปัจจุบัน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นในธุรกิจประกันภัยได้เป็นอย่างดี พยากรณ์ประกันภัยยุคใหม่ ในอนาคต ธุรกิจประกันภัยในอนาคตยังกว้างไกลกว่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักวิเคราะห์ต่างมองว่า รถไร้คนขับและยานยนต์แห่งอนาคตจะมีความปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้การประเมินประกันรถยนต์อาจจะต้องพลิกโฉมใหม่ไปตาม ๆ กัน และเมื่อเกมตลาดประกันภัยเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ นอกจากประสบการณ์ซื้อขายประกันที่ต้องรวดเร็วไว้ก่อน เว็บไซต์บริษัทฯ ที่ปรึกษาด้านการบริหารชั้นนำของโลก McKinsey & Company Financial Sevices (อ่านว่า = แมคคินซีย์ แอนด์ คอมปะนี ไฟแนนซ์เชียล เซอร์วิส) มีสำนักงานใหญ่อยู่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์เทรนด์ไว้ว่า “Insurance 2030 – The impact of AI on the future of insurance” ในบทความบอก 4 แนวโน้มธุรกิจประกันภัยที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 ดังนี้ 1. จะได้เห็นช่องทางจำหน่ายประกันที่ครบครัน ถามว่าทำไม ? เพราะในอนาคตบริการประกันภัยเน้น Internet of Thing (IoT) มากขึ้น เก็บข้อมูลจากทุกอย่างที่ใช้ในชีวิตประจำวันจากแก็ดเจ็ดอัจฉริยะทั้งหลายที่มีเซ็นเซอร์ เช่น รองเท้า, นาฬิกา และอื่น ๆ เพื่อมาวิเคราะห์การจัดจำหน่ายประกันที่ใช่ และเหมาะสมกับชีวิตประจำวัน พร้อมกับเสนอขายได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับส่งมอบบริการได้แบบเรียลไทล์มากขึ้น เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2030 2. โปรดักซ์ประกันภัยจะเจาะลึกมากขึ้น “ในปี 2030 ราคายังเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจของผู้ซื้อ แต่จะทำอย่างไรให้การแข่งขันทางราคาไม่ใช่เรื่องหลัก” และพร้อมกันนี้ คนจะมองหาการซื้อประกันจะซื้อเท่าที่จำเป็นกับการใช้ชีวิต หมายความว่า บริษัทฯ ประกันจะต้องมีผลิตภัณฑ์หลากหลายเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ข้อมูลทางสุขภาพจะเจาะลึกมากขึ้นและมีข้อมูลสุขภาพที่ระบุถึงพันธุกรรมของผู้คนด้วย ช่างเป็นอะไรที่ลึกซึ้ง 3. การเคลมประกันรถยนต์ (อาจจะลด) น้อยลง เมื่อรถยนต์ยุคใหม่พัฒนามากขึ้นโดยเฉพาะการเพิ่มความสามารถให้ปลอดภัยมากขึ้น แน่นอนว่า การเคลมประกันภัยรถยนต์ก็ (น่าจะ) น้อยลงตามไปด้วย พร้อมกันนี้การเบิกเคลมก็จะง่ายและเร็วขึ้นกว่าที่เคย ด้วยระบบ IoT พร้อมกับมีระบบโต้ตอบอัตโนมัติ AI เข้ามาดูแลผู้ซื้อประกันมากขึ้น และ AI ยังเข้ามาจัดการดูแลกรณีฉุกเฉินตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แบบไม่มีวันหยุด ไม่หยุดพักใด ๆ 4. เทคโนโลยี AI จะมีบทบาทในธุรกิจประกันภัยมากขึ้น อ้างอิงบทความ Insurance 2030 – The impact of AI on the future of insurance เนื้อหาในบทความระบุว่า “AI’s underlying technologies are already being deployed in our businesses, homes, and vehicles, as well as on our person, will reshape the insurance industry over the next decade.” สรุปคร่าว ๆ หมายความว่า เทคโนโลยี AI จะถูกใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะขั้นตอนการนำข้อมูล (Database) มาวิเคราะห์ประกันภัยให้ง่ายขึ้น มาช่วยวิเคราะห์ตลาด ราคาเบี้ย และประกันให้กับลูกค้า เอาเป็นว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่มนุษย์ต้องทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น กลายเป็นทีมงานใหม่ที่เกิดขึ้นและมีประสิทธิภาพในการทำงาน นี่ก็เป็นพยากรณ์แนวโน้มธุรกิจประกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการวิเคราะห์คร่าว ๆ ที่เกิดกับธุรกิจนี้เท่านั้น นะครับ ขอบคุณครับ

อ่านเพิ่ม
สมัครสมาชิกตัวแทนกับเรา
28 ธันวาคม 2563

สมัครสมาชิกตัวแทนกับเรา

ด้วยก้าวที่กล้าแห่งยุทธศาสตร์ตีลังกา จะสามารถพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจและศักยภาพในทุกด้านของบริษัท ทั้งในด้านทรัพยากรบุคคล กระบวนการทำงาน ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความแตกต่าง พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและสังคมอย่างยั่งยืน "สมัครเป็นตัวแทนขายประกันกับเรา รับเงินค่าคอมมิชชั่น ไวมาก !! ภายใน 24 ชั่วโมง พิเศษ ฟรี ค่าสมัครสมาชิกรายปี สร้างรายได้หลักแสนง่ายๆ - มีทีมงานคอยบริการด้านการขาย -มีระบบรองรับการขายตลอด 24 ชม. - มีมือถือเครื่องเดียว ขายได้ทั่วโลก -ทำงานด้วยระบบดิจิตอลที่ตอบโจทย์ -มีระบบออกใบเสนอราคา ง่ายๆ -อบรมต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนฟรี -ขายง่ายด้วยระบบ link แนะนำลูกค้า -สามารถส่งต่อธุรกิจให้ทายาทได้ -มีสิทธิ์ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ฟรีๆ -สิทธิประโยชน์และของรางวัลอีกมาก -มีประกันอุบัติเหตุและสุขภาพให้ฟรี -มีคอร์สอบรมและสัมมนาด้านเทคนิคการขายประกันภัยออนไลน์ให้ฟรีๆ -พิเศษ ฟรี ค่าสมัครสมาชิกรายปี -ไม่ต้องเดินทางเข้าบริษัท -ไม่ต้องรักษายอดขาย -ไม่จำกัดเพศ และการศึกษา -สนใจสมัครเลย... อย่ารอช้า ที่

อ่านเพิ่ม
วิธีการเคลมประกันรถยนต์ มือใหม่หัดขับควรรู้
16 ธันวาคม 2563

วิธีการเคลมประกันรถยนต์ มือใหม่หัดขับควรรู้

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องไม่คาดคิดที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิด ซึ่งแต่ละครั้งก็นำมาซึ่งความเสียหายและค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย “ประกันรถยนต์” จึงเป็นเหมือนเกราะคุ้มครองเงินในกระเป๋าของเรา เพราะบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่าย และจัดการความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้ แต่มือใหม่หัดขับหลายๆ คนก็ยังไม่รู้ว่าถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ จะต้องทำยังไง ต้องเคลมยังไง ยิ่งถ้าเป็นอุบัติเหตุครั้งแรก หลายๆ คนก็มักจะลนลานจนทำอะไรไม่ถูก บทความนี้จะตอบทุกขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์ ที่มือใหม่หัดขับทุกคนควรรู้เอาไว้ให้เองครับ ขั้นตอนการเคลมประกันโดยรวม โดยปกติแล้ว ในขั้นตอนการเรียกเคลมประกัน สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการตั้งสติให้ดี รวมรวบข้อมูลรายละเอียดของอุบัติเหตุ ความเสียหายโดนรวม และสถานที่เกิดเหตุ แล้วโทรแจ้งไปยังศูนย์ประกันภัย โดยการเรียกเคลมนั้นมีด้วยกัน 2 รูปแบบ โดยมีชื่อเรียกเป็นศัพท์ในวงการ ดังนี้ 1.แบบเคลมสด การเคลมแบบสด คือ การเคลม ณ ที่เกิดเหตุ โดยจะมีพนักงานจากบริษัทประกันออกไปตรวจสอบทันที โดยสามารถแยกออกได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ 1.1เคลมสดแบบมีคู่กรณี: คือ กรณีที่รถชนรถด้วยกันเอง โดยพนักงานจากบริษัทประกันจะพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด โดยฝ่ายที่ผิดอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ให้กับคู่กรณีก่อน ตามแต่ที่ตกลงไว้กับทางบริษัทประกัน 1.2เคลมสดแบบไม่มีคู่กรณี: คือ กรณีที่รถของผู้ถือประกันชนเข้ากับสิ่งของหรือวัตถุจนเกิดเสียหายมาก เช่น ชนต้นไม้หรือเสาไฟฟ้า โดยกรณีนี้ผู้ถือประกันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ก่อนเสมอ ขั้นตอนการเคลมแบบ “เคลมสด” 1.เตรียมกรมธรรม์เอาไว้ให้พร้อมและโทรแจ้งไปที่ศูนย์ประกันของคุณ แจ้งหมายเลขกรมธรรม์ ชื่อ ทะเบียนและยี่ห้อรถ ตำแหน่งที่เกิดเหตุ และรายละเอียดเหตุการณ์ โดยจะมีตัวแทนจากบริษัทประกันออกมาเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ 2.อาจใช้เวลาสักครู่หนึ่งกว่าที่ตัวแทนจากบริษัทประกันจะมาถึง ระหว่างนี้ให้คุณเตรียมเอกสารต่างๆ ไว้สำหรับยื่นเรื่อง คือ บัตรประชาชน ใบขับขี่ กรมธรรม์ และเล่มทะเบียนรถ 3.เมื่อประกันมาถึงแล้วจะทำการประเมินเหตุการณ์ หากเป็นกรณีที่มีคู่กรณีจะต้องตรวจสอบด้วยว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกหรือผิด โดยฝ่ายที่ผิดอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อเยียวยาคู่กรณีก่อน ตามแต่ที่ตกลงไว้กับทางบริษัท 4.หลังจากที่ตรวจสอบเหตุการณ์และประเมินค่าเสียหายเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทประกันจะออกใบประเมินความเสียหายให้ผู้ถือประกันนำรถไปเคลมกับอู่ในเครือได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ตรวจสอบเหตุการณ์และประเมินค่าเสียหาย 2.แบบเคลมแห้ง การเคลมแบบแห้ง คือ การเคลมหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ไประยะหนึ่งแล้ว (ไม่ควรเกิน 2-3 วัน) มักจะเคลมกันจากกรณีที่รถยนต์เกิดการเฉี่ยวหรือชนแบบเบาๆ โดยผู้ถือประกันจะต้องเป็นฝ่ายบันทึกเหตุการณ์อย่างชัดเจนว่า ชนเข้ากับอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน แล้วแจ้งเคลมกับทางบริษัทประกันด้วยตนเอง โดยการเคลมแห้งจะมีกรณีพิเศษคือการ “เคลมรอบคัน” ซึ่งจะทำการเก็บรายละเอียดรอยต่างๆ รอบทั้งคันให้กับรถของคุณ แต่ความคุ้มครองนี้จะมีเฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น วิธีแจ้งเคลมแห้ง ดังนี้ 1.ถ่ายรูปหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุ ความเสียหาย รวมถึงบันทึกเวลาและสถานที่ไว้ชัดเจน 2.ติดต่อไปยังศูนย์ประกันแล้วแจ้งความเสียหาย จากนั้นจะมีการนัดแนะเพื่อดูสภาพรถว่าเสียหายจริงตามที่แจ้งมาหรือไม่ 3.เมื่อทำการตรวจสอบต่างๆ เรียบร้อยแล้ว บริษัทประกันจะออกใบประเมินความเสียหายให้ โดยสามารถนำไปส่งเคลมกับอู่ในเครือของบริษัทประกันได้ทันที *** แบบเคลมแห้งอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนแรกก่อน ประมาณ 1,000 - 4,000 บาท ตามแต่ตกลงกับบริษัทประกัน กรณีใดบ้างที่ประกันจะไม่คุ้มครอง 1.ใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ขนส่งยาเสพติด หรือปล้นทรัพย์สิน 2.ใช้แต่งซึ่งเพื่อประลองความเร็ว ซึ่งเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภท แถมยังสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น 3.อุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดเกินกว่า 150 มิลลิกรัม หรือก็คือ เมาแล้วขับนั่นเอง 4.นำรถไปใช้งานแบบลากจูง ซึ่งถือว่าเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทที่จะทำให้รถยนต์เสียหายโดยไม่ได้เกิดจากการใช้รถแบบปกติ 5.นำรถไปใช้นอกอาณาเขตคุ้มครอง คือ การขับขี่รถออกไปนอกประเทศนั่นเอง แต่หากจำเป็นต้องเอาไปสามารถแจ้งกับทางประกันได้แล้วแต่กรณี 6.อุบัติเหตุจากสงคราม การปฏิวัติต่อต้าน อาวุธปรมาณู และความเสียหายจากกัมมันตภาพรังสี ก็ขอแนะนำว่าถ้ามีการเกิดสงครามขึ้นมา เราอย่าขับรถเข้าไปเสี่ยงเลยครับ สรุป พอจะทราบกันแล้วใช่ไหมครับว่าการติดต่อเพื่อเคลมกับทางประกันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่ตั้งสติให้ดีแล้วจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อมเพื่อส่งเรื่องเคลม แต่ว่าคุณภาพของการบริการนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกัน ซึ่งก่อนที่จะเริ่มทำประกันก็ควรศึกษาการคุ้มครองของบริษัทนั้นให้ดีๆ หากคุณยังไม่มีประกันรถยนต์หรืออยากจะเปลี่ยนบริษัท ลองปรึกษาเราได้ครับ เรามีประกันให้คุณเลือกหลากหลาย สามารถเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับเจ้าอื่นๆ ได้ สามารถสอบถามเได้ครับ พวกเรายินดีให้บริการครับ!

อ่านเพิ่ม